Korea | เมื่อครั้งหนึ่งได้เดินทางในเกาหลี 7 วัน ไม่มีวันลืม
เอนทรี่นี้ อาจจะมีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง หากใครสนใจจะเที่ยวในเกาหลีก็อ่านบ้าง ข้ามบ้างล่ะกันค่ะ พอดีปิดเทอมเลยได้เดินทางไปเกาหลี เดินทางด้วยสายการบินจินแอร์ (JINAIR) ซึ่งเป็นสายการบินราคาถูก คิดอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ 0.03 คือ 1000 วอนเท่ากับ 30 บาท ขึ้น-ลง เครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินอินชอน (ICN: Incheon International Airport)
เดินทางถึงสนามบินอินชอนก็นั่งรถบัส ไปยังที่พักที่อยู่ในกรุงโซล ราคา 9000 วอน รถบัสที่สนามบินเรียกว่ารถบัสลีมูซีน มีบริการโหลดของหลักไว้ใต้ท้องรถ เพื่อความสะดวก เมื่อเราลงจากรถคนขับก็จะลงมาหยิบกระเป๋าส่งให้
การเดินหาซอยในช่วงดึกค่อนข้างลำบากฉะนั้นการไปที่พักหรือสถานที่ ต่างๆ หากไม่เคยไปแนะนำให้
- หาชื่อ และที่อยู่ที่พัก หรือสถานที่เป็นภาษาเกาหลี
- ค้นหาแผนที่อยู่ที่จาก Google Maps (http://maps.google.com)
- ศึกษา สถานที่ที่จะเดินทางไปในแต่ละวัน ว่าอยู่ที่ไหน
- ศึกษาเส้นทางการ เดินรถไฟ ว่าต้องลงและต่อที่สถานที่ไหน ขึ้นจากสถานีรถไฟแล้วต้องเดิน หรือโดยสารอะไรต่อ
- ติดตามการพยากรณ์อากศ อย่างใกล้ชิด เพราะการพยากรณ์อากาศที่เกาหลีค่อนข้างแม่น ทำให้เตรียมตัวได้ถูกว่าแต่ละวันควรไปไหน หรือพกอุปกรณ์อะไรติดตัวไป
สิ่ง ของที่ควรไป หากเดินทางไปเกาหลี
- โทรศัพท์ ที่สามารถใช้งานเครือข่ายไร้สาย (Wireless) ได้เพราะที่เกาหลีทุกบ้าน หรือสถานที่ต่างๆมักมีบริการเครือข่ายไร้สายให้ใช้ฟรี แต่อาจจะได้ไม่ทุกบริเวณเพราะส่วนใหญ่มักติดตั้งช่องสัญญาณซ้อนกัน ทำให้สัญญาณตีกัน
หากโทรศัพท์มีระบบ GPS แล้วเปิดคู่กับ Google Map บนโทรศัพท์จะเห็นชัดว่าเราอยู่ที่ไหน
แต่โทรศัพท์ที่เอาไปจากไทยไม่สามารถใช้โทรเครือข่ายในเกาหลีได้ เนื่องจากระบบโทรศัพท์ที่เกาหลีเป็น CDMA กับ WCDMA และหากใช้บริการ Roaming ราคาจะสูงมาก
แนะนำให้ใช้โทรศัพท์สาธารณะ หรือเช่าโทรศัพท์จากสนามบินอินชอนมาใช้
- โน็ตบุ๊ค หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็ควรนำไป เพราะที่พักก็มักจะมีเครือข่ายไร้สาย หรือบางทีอาจจะมีบริการเครือข่ายแบบมีสาย (Lan) ให้ใช้
ที่เดินทางไปคราว นี้ @rtsp ได้นำ Router พร้อมกับสายแลนสามสี่เส้นไปด้วย เพื่อความสะดวก (ได้ใช้งานจริงๆ) ต้องใส่กระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง
- เสื้อกันหนาว แม้ว่าจะเดินทางไปในช่วงที่อากาค่อนข้างร้อน แต่ช่วงกลางคืนค่อนข้างหนาวอยู่ดี ส่วนร่มหากมีขนาดเล็กก้ควรนำไปด้วย แต่ปกติตามเกสเฮาท์จะมีให้ใช้ได้ฟรี
- โลชั่น, ลิปสติก (ลิปมัน) สำหรับผู้หญิงที่แต่งตัวมากๆก็คงนำไปอยู่แล้ว เขียนไว้เผื่อพวกที่ไม่ชอบแต่งตัว (รวมเราด้วย) อากาศที่เกาหลีค่อนข้างหนาว และแห้ง ทำให้ผิวแตก, หน้าลอก และปากแตกได้ง่ายมาก ฉะนั้นจึงควรเอาของเหล่านี้ไปด้วย
ตกดึกคืนแรกในโซล
หลังจากเข้าที่พัก ออกมาแถว อับกูจอง (Apgujeong) เพราะมีน้องคนนึงจะมาทำธุระ โดยสารโดยรถแท็กซี่ (TAXI)
การบอกสถานที่ ที่เราไป หากพูดเกาหลีไม่ได้ก็ยื่นที่อยู่ หรือแผนที่สถานที่นั้นให้แทกซี่ไปเลย (ควรจะเป็นภาษาเกาหลี) คนขับแท็กซี่อาจจะสื่อสารภาษาอังกฤษกับเราไมได้ ฉะนั้นหากต้องการให้เขาเลี้ยวซ้าย, ขวา หรือกลับรถ ใช้ภาษามือลูกเดียวค่ะ
ซึ่งอัตราค่าบริการเริ่มประมาณ 2300 วอนในตอนกลางวัน และประมาณ 2500 วอนในตอนกลางคืน (และอัตราการเพิ่มเงินในตอนกลางคืนจะเร็วกว่ากลางวัน)
ความทันสมัยของแท็กซี่
โดย ในรถแท็กซี่ส่วนใหญ่จะมีจอแผนที่ ที่ติดตั้งระบบ GPS เอาไว้ทำให้รู้ว่ารถกำหลังขับไปทางไหน พร้อมกับโปรแกรมค้นหาสถานที่ โดยในแท็กซี่จะสามารถเดินทางได้ 4 คนไม่รวมคนขับ เกินกว่านี้ไม่ได้ (ถ้าเกินคงต้องลองคุยกับคุณแท็กซี่ดู เพราะมันผิดกฎหมาย) การเดินทางใน เมือง ระยะที่ค่อนข้างไกล ค่าเดินทางจะอยู่ราวประมาณ 12000 วอน การสังเกตุรถแทกซี่ ก็จะมีป้ายไฟคำว่าแท็กซี่อยู่บนหลังคารถ ถ้าคันไหนว่าง ที่หน้ากระจกรถก็จะมีคำภาษาเกาหลีสีแดงติดอยู่กลางกระจกหน้า (เหมือนแท็กซี่ไทยที่เปิดคำว่า “ว่าง”)หากเราโบกแทกซี่ แล้วมีรถเก๋ง หรือรถแวนสีดำมาจอด บอกให้ขึ้นอย่าขึ้นเป็นอันขาด เพราะนั่นคือแทกซี่เถื่อน ซึ่งเค้าจะคิดค่าโดยสารมหาโหด
แถวอับกูจอง เป็นแหล่งที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง แต่วันแรกไปช่วงกลางดึกทำให้ไม่ค่อยเห็นบรรยากาศเท่าไหร่ ไว้จะเล่าในวันต่อไปค่ะ การเดินเล่นแถวอับกูจองยามดึกก็เหมือนเดินเล่นในส่วนอื่นๆของเมือง เพราะห้างร้านปิดหมดแล้ว ยกเว้นพวกร้านค้าที่เปิด 24 ชม. มีดังนี้ค่ะ GS25 เป็นร้านมินิมาร์ทของคนเกาหลี พบได้บ่อยมาก เพราะตั้งอยู่เยอะมาก, Family Mart และ 7-11 นอกจากร้านมินิมาร์ทที่เปิด บริการ 24 ชม. ยังพบร้านขายอาหาร ที่มีป้ายสีส้มได้ทั่วไป โดยหน้าร้านจะขายคิมบับ (เหมือนซูชิม้วน แล้วหั่น ที่ยุนอาทำใน Hello Baby)
ร้านขายอาหาร เปิด 24 ชม. สังเกตุว่าป้ายร้านสีส้มค่ะ มีหลายจุดในโซล

ในซอย ย่านที่พักอาศัยในอับกูจอง
การเดินเข้าซอยในเกาหลีเป็นอะไร ที่ต้องอดทนมาก เพราะยิ่งลึก ก็ยิ่งสูง เพราะบางส่วนในโซลเป็นภูเขา และบ้านคนก็สร้างอยู่บนภูเขา เดินเข้าซอยก็เหมือนต้องเดินขึ้นไปบนภูเขาเรื่อยๆ แต่โจร หรือบุคคลน่าสงสัยช่วงกลางคืนน้อยมาก หรือแทบไม่มี รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยแต่ละบ้านจะมีสัญญาณกันขโมย, โทรทัศน์วงจรปิด และยังมีตำรวจขับรถตรวจตาทั้งถนนใหญ่ และตามตรอกซอกซอยบ่อยๆ
คนเกาหลีชอบสูบบุหรี่มาก เห็นได้ว่าเวลาขับรถเขาก็สูบ เวลานั่งร้านกาแฟเขาก็สูบ หากใครแพ้ควันบุหรี่ ก็ควรนำผ้าปิดจมูกไปด้วย นอกจากชอบสูบบุหรี่แล้ว คนเกาหลีวัยทำงานก็มักดื่มเหล้า สังสรรค์ช่วงค่ำๆ ทำให้สามารถเห็นร้านเหล้าตั้งเต้นท์ หรือร้านเนื้อย่างที่มีขวดโซจูเรียงรายเต็มไปหมด
ส่วนการ เดินเท้า เป็นการเดินทางที่สำคัญพอๆกับรถไฟใต้ดิน แต่เนื่องด้วยอากาศที่เย็นสบาย บางครั้งก็หนาว และฟุตบาทที่กว้าง ทำให้เดินเท้าได้สะดวกมาก
การโปรโมท หรือการประกาศในรถไฟ หรือตามห้างร้านต้างๆ จะใช้จอเป็นส่วนใหญ่ เดินไปจะเจอจออยู่ทุกที่ ไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ เป็นผลิตภัณฑ์มาจาก Samsung และ LG (ผลิตภัณฑ์ของคนเกาหลีเอง)
วันที่สองในโซล วันจันทร์ที่ 17
เดินทางไปเมียง ดง (Myeong-dong) ซึ่งเป็นแหล่งซื้อ-ขายของขนาดใหญ่ มีทั้งเครื่องสำอาง, เสื้อผ้า และอื่นๆมากมาย บรรยาการคล้ายสยาม

ย่านเมียงดง มีร้านค้าเต็มไปหมด ทั้งร้านเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องสำอาง
โดยการเดินทางใช้รถไฟใต้ดิน (Seoul Metropolitan Subway ) มาลงที่สถานี่ Myeong-dong เป็นสายสีฟ้า (สาย 4) โดยการเดินทางรถไฟในโซล และนอกโซล (สายรถไฟจะเชื่อมกันหมด) ควรศึกษา หรือมีแผนที่รถไฟติดตัวเอาไว้ ทั้งชื่อสถานีภาษาเกาหลี และภาษาอังกฤษ
- ภาษาอังกฤษ – http://www.nsubway.co.kr/korea/seoul/seoulsubwaymapen.htm
- ภาษา เกาหลี – http://www.younghui.com/img/wp/seoul_subway.jpg
- วิกิพีเดีย – http://en.wikipedia.org/wiki/Seoul_Metropolitan_Subway
- โปรแกรม บนอินเตอร์เน็ต – http://www.smrt.co.kr/Train/Subwaymap/Eng/Subwaymap.jsp
(สาย และสถานีมีการเปลี่ยนเปลี่ยนเพิ่มตลอดเวลา เพราะฉะนั้นควรหาอันล่าสุด ก่อนเดินทาง)
การจ่ายค่าโดยสาร ทำโดยใช้บัตร T-Money ซึ่งสามารถซื้อบัตร และเติมเงินได้ในเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งมีตั้งอยู่ในทุกๆสถานี รวมถึงในร้านมินิมาร์ท โดย T-Money เป็น RFID สามารถจ่ายเงินในการ ใช้บริการรถไฟใต้ดิน, ซื้อของในร้านมินิมาร์ท และจ่ายค่าโดยสารแท็กซี่ โดยการซื้อบัตรมีหลายรุ่นเช่น วัยรุ่น, วัยทำงาน และอื่นๆ โดยค่าซื้อบัตร 3000 วอน ไม่มีค่าเงินในบัตร และสามารถเติมเงินได้ตามต้องการ โดยซื้อบัตรวัยรุ่น (Teen) ซึ่งจะเสียค่าเดินทางอย่างน้อยเที่ยวละ 720 วอน หากเป็นบัตรวัยทำงานก็จะเสียอย่างน้อยเที่ยวละ 900 วอน (หากเดินทางไกล มากๆ ก็จะมีการหักเงินเพิ่ม ขณะแตะบัตรออก เท่าที่เคยไปไกลมากๆ ออกต่างจังหวัด หักเพิ่มไปอีกเพียง 160 วอน หากเดินทางในเมืองไม่ค่อยหัก (อยู่ในระยะปกติ))
การเข้าไปยังสถานีรถไฟ มีทั้งเดินลงบันได และบันไดเลื่อน ที่เกาหลีการขึ้นลงบันไดให้ชิดขวา หากทางเดินสามารถยืนได้มากกว่า 1 คนพร้อมกัน (ขั้นกว้าง) หากไม่รีบต้องชิดขวา เพราะคนที่รีบเขาจะเดินทางฝั่งซ้าย ถ้าเหลอไปยืนฝั่งซ้ายตอนที่มีคนรีบๆ อาจจะโดนเขม่นได้ ในโบกี้รถไฟ มีทั้งหมด 10 โบกี้ โบกี้ละ 4 ประตู หัวและท้ายโบกี้ มีที่นั่งสงวนให้คนชรา, คนพิการ หรือ หญิงตั้งครรภ์นั่งเท่านั้น (แม้ว่าที่จะว่างอยู่ ไม่มีคนนั่ง ก็ห้ามนั่ง)

ภายในรถไฟใต้ดิน
ในเมียงดง เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย โดยร้านเครื่องสำอางมักมีพรีเซนเตอร์ที่เป็น ดารานักแสดงเสียส่วนใหญ่ จะมีพนักงานหน้าร้านเชิญชวนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้เข้าร้าน บางเจ้าก็ชักชวนคนด้วยให้ของฟรี เช่น เครื่องดื่ม หรือผลิตภัณฑ์ฟรี แล้วเชิญเข้าร้าน
ราคาเครื่องสำอางที่เกาหลีถือว่าไม่แพง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ของเกาหลีเอง นอกจากนั้นก็มีเสื้อผ้า รองเท้า ซึ่งราคาไม่แพงมากนัก ถ้าเทียกับไทย บางชิ้นถูกกว่าไทยเยอะมาก ย่านเมียงดง เป็นสถานที่จับจ่ายซื้อของ ที่สามารถเจอคนต่างชาติได้มากมาย และเจอคนไทยได้เยอะมาก เนื่องจากกรุ๊ปทัวร์ก็จะนำลูกทัวร์มาลงแถวนี้ให้ซื้อของ แม้ว่าชาวต่างชาติจะเยอะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พนักงานในร้านพูดอังกฤษเก่งขึ้นจากคนทั่วไป แต่จะเห็นบางร้านมีภาษาไทยติดอยู่ด้วย เช่น ครีม “หน้าเด้ง” จากร้าน Skinfood
เดินไปเดินมา เลี้ยวไปเลี้ยวมาเราจะพบร้าน SPAO ซึ่งเป็นร้านขายเสื้อผ้าขนาดใหญ่ จาก SM Entertainment
ร้าน SPAO ในเมียงดง ร้านใหญ่มาก มีรูปสาวๆ Girls’ Generation และ หนุ่มๆ Super Junior ติดอยู่ทั้งหน้าร้านและในร้าน
จะเลือกสักคน เอ้ย กางเกงสักตัวไหมคะ
เดินเข้าไปะพบว่ามีเสื้อผ้าอยู่หลายแบบ ชั้นสองจะเป็นเสื้อผ้าแนวทำงาน ส่วนด้านบนจะเป็นร้าน EverySing ซึ่งเป็นร้านคาราโอเกะ และขายสินค้าของที่ระลึกศิลปินจาก SM

ร้าน EverySing ขายของที่ระลึกค่ะ มีทั้งแฟ้ม แผ่นรองเมาท์ พวงกุญแจ เป็นต้น
หลังจากเมียงดง ก็ไปย่านอับกูจอง (Apgujeong) อีกครั้ง ครั้งนี้ได้เห็นว่าย่านอับกูจอง เป็นแหล่งความเจริญ ที่รวมเอาร้านค้าชื่อดัง ของแบรนด์เนม และมีห้างสรรพสินค้าหรูอยู่ในแถบนั้น ซึ่งเดินออกจากสถานีรถไฟ Apgujeong สายสีส้ม (สาย 4) ค่อนข้างไกล

ป้ายสถานี่อับกูจอง
ร้านค้าย่านอับกูจอง
นอกจากนี้ ยังมีร้าน EverySing อีกสาขาอีกด้วย แต่น่าแปลกที่ว่าเจอป้ายบอกร้าน MC แล้วเดินตามทางไป แล้วหาไม่เจอ
เมื่อดูเวลาพบว่าเวลาประมาณ 19 นาฬิกา ทำให้รู้ว่าที่เกาหลีมืดช้ามากๆ เวลาทุ่มนึงยังสว่างอยู่เหมือนเวลา 5 โมงเย็นในไทย กว่าจะมืดก็เกือบๆ 2 ทุ่ม
นอกจากจะเป็นย่านร้านค้าชื่อดัง ยังเป็นที่ตั้งของคอนโดในเกาหลี ซึ่งเป็นตึกรายล้อมอยู่ด้านหลัง จนถึงริมแม่น้ำฮัน คอนโดในเกาหลี เป็นตึกขนาดใหญ่ ไม่ได้ตั้งเพียงที่อับกูจอง แต่ตั้งอยู่ทั่วไป มีเลขตึกบอก ล่าสุดเห็นเลขในหลักร้อย
และนอกเหนือไปกว่านั้นย่านอับกูจอง ยังเป็นที่ตั้งของบริษัท SM Entertainment อีกด้วย
หน้าบริษัท SM Entertainment
วันที่สาม วันอังคารที่ 18
วันนี้พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตก แล้วก็ตกจริงๆ ฝนตกตั้งแต่เช้า โดยเย็น วันนี้ไป SEJONG CENTER ตึก M Theater
SEJONG CENTER
ไปดูแทยอน แสดงละครเวทีเรื่อง “Midnight Sun” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่นัก แต่เนื่องจากฝนตกจึงโดยสารโดยแท็กซี่ในช่วงเย็น จึนพบว่าเกาหลีรถก็ติดเหมือนกัน แต่ติดไม่นานเท่าไหร่
ด้านหน้า เคาท์เตอร์ของโรงละครมีเคาท์เตอร์จำหน่ายหนังสือเกี่ยวกับละครเวที และมีจอแสดงภาพโปรโมท
บัตรละครเวที แทยอน
หนังสือเกี่ยวกับละครเวที Midnight Sun
ภาพด้านใน

แทยอนระหว่างการแสดงละครเวที
หลัง จากจบละครเวที ก็มารอแทยอนด้านหลังประมาณชั่วโมง แทยอนก็ยังไม่ออกมา เจอคนไทยด้วยกันเลยคุยกันอยู่พักหนึ่ง จนยามปิดไฟ และประตูจึงถอดใจกลับที่พัก ฝนก็ยังไม่หยุดตก แต่ก็เดินหาป้ายรถไฟใต้ดินสถานีกวางฮวามุน (Gwanghwamun) สายสีม่วง กลับที่พัก รถไฟใต้ดินในโซลหยุดวิ่งเวลา 0:00 น. ไม่ว่าคุณจะอยู่สถานีไหน รถก็จะหยุดที่สถานีนั้น ไม่วิ่งต่อจนสุดสาย เพราะฉะนั้นต้องรีบขึ้นก่อน 0:00 น. สักครึ่งชม. หรือ 15 นาที แล้วแต่เวลาที่ใช้เดินทาง
วันที่สี่ วันพุธที่ 19
เดินทางโดยรถไฟมาที่ SEJONG CENTER ตั้งแต่ช่วงบ่าย เนื่องจากในย่านนี้มีสถานที่ท่องเที่ยว นั่นคือ จตุรัสกวังฮวามุน (Gwanghwamun Square) และ คลองชอนเกซอน (Cheonggyecheon) คลองชอนเกซอนเป็นคลองขุด เมื่อก่อนมีสภาพไม่ดี (เน่า) จนรัฐบาลสั่งงบประมาณเพิ่มมาพัฒนา และแปรสภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยว
จตุรัสกวังฮวามุน (Gwanghwamun Square)
คลองชอนเกซอน (Cheonggyecheon)
ที่คลองนี้มักมีพ่อแม่ พาลูกๆมานั่งเล่น
เกาหลีเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยจอ มองไปทางไหนก็มีแต่จอ เป็นโลโก้ในเครือซัมซุง คำว่า PAVV ใช้จอเล็กๆเรียงต่อกันแล้วเล่นเป็นวิดีโอ
รับรู้ข่าวในเมืองไทยผ่าน Twitter ว่ากำลังมีเรื่องอย่างรุนแรงค่อนข้างตกใจ รู้สึกตัวเองโชคดีที่ออกมาจากกรุงเทพได้ถูกเวลา
เก็บตก: ที่เกาหลีไม่มีสะพานลอยค่ะ ใช้ทางม้าลาย ซึ่งมีอยู่ทุกแยก และมีตามเส้นทางต่างๆเป็นระยะ และจะมีไฟเตือนให้ข้าม หรือห้ามข้าม
บันไดขึ้น-ลง สถานีรถไฟใต้ดินนั้นชันมาก กว่าจะขึ้นได้ทำเอาเหนื่อย แต่ถ้าหาประตูออกดีๆ อาจจะเจอบันไดเลื่อน
แทยอนในการแสดงละครเวทีวันที่ 19
พอใกล้ 2 ทุ่มก็ไปดูละครเวที “Midnight Sun” อีกรอบ พอละครจบก็รีบออกมาด้านนอก เพื่อไปรอที่หลังฮอลล์เพื่อรอแทยอน แต่ยังวิ่งไปไม่ถึง ก็เห็นแทยอนวิ่งขึ้นรถไปแล้ว
หลังจากนั้นขึ้นรถไฟต่อไปยังสถานี ยออิโด (Yoeido) เนื่องจากมีเพื่อนของเพื่อนต้องการไปที่สถานีโทรทัศน์ KBS แต่รอบนี้ไม่ได้หาที่ตั้งมาก่อน ทำให้เมื่อถึงสถานีรถไฟยออิโดต้องถามคนแถวนั้น และประชาสัมพันธ์ เดินมาถึงตึก KBS และถามในแถวนั้นจึงพบว่า สถานีโทรทัศน์ KBS มีสองตึก อีกตึกตั้งอยู่หลังสวนสาธารณะยออิโด ทำให้ต้องเดินย้อนกลับไปเดินไปทางใหม่ และพบว่ารายการวิทยุที่จะมาดูนั้นจบไปแล้ว

ตึกสถานี KBS หลังสวนสาธารณะยออิโด ซึ่งเป็นที่อัดรายการวิทยุ Kiss Radio และรายการเพลง Music Bank
วันที่ห้า วันพฤหัสที่ 20
ออกไปเมียงดงตั้งแต่เช้า ซื้อของอีกแล้ว ไปซื้อของให้แม่ หมดไปเยอะพอตัว
เมียงดงวันนี้ คนเยอะมากๆ
จากนั้นนั่งรถไฟไปรอสาวๆ SNSD พอไปถึงเจอคนไทยประมาณ 3-4 คน และคนต่างชาติอีก 2 คน และแฟนคลับเกาหลีวงอื่นๆอีกมาณมาณ 10 คนรออยู่ด้านนอก มารู้ว่าซันนี่เดินขึ้นตึก ไปแล้ว จึงยืนรออยู่จากนั้น ยุนอาก็เดินมากับฮโยยอน ต่อมาก็มากันทีละคนคือ ทิฟฟานี่, ซูยอง, ฮโยยอน, ซอฮยอน, เจสสิก้า และยูริ (แทยอนไม่มาค่ะวันนี้) เว้นระยะค่อนข้างนาน จึงไปนั่งรอในร้านกาแฟแทน จากนั้นซันนี่ก็เดินลงมา พร้อมผู้จัดการ ไอเราก็มัวมองผู้จัดการที่ถือลังใส่ลูกอเมริกันฟุตบอล (สรุปคือเป็นลูกที่เขาเอามาให้สาวๆ เซ้น เพื่อนำไปโยนแจกวันที่ 22)
นั่ง เล่น และคุยกับเพื่อนสักพักก็สังเกตว่า เจสสิก้ามาที่หน้าลิฟต์ ห่างจากโต๊ะที่พวกเรานั่งกันประมาณ 2 เมตร มาพร้อมผู้จัดการหญิงคนหนึ่ง (ผู้จัดการน่ารักมาก จนอยากเดินเข้าไปหาสิก้า แล้วส่งกล้องให้สิก้าถ่ายรูปผู้จัดการให้ 555555) เจสสิก้าก็ยืนอยู่ ตรงนั้นพร้อมคุยโทรศัพท์ ตาก็มองมาที่พวกเราบ้าง ทำตาลอยๆบ้าง ห่างกันนิดเดียวสิก้าก็มองมา พวกเราก็มองกลับ ฮากันไป ฮากันมาก ชีโทรศัพท์ค่อนข้างนาน แล้วก็ขึ้นลิฟต์ไป จากนั้นซันนี่ก็เดินกลับมาขึ้นลิฟต์ รออีกสักพัก ซันนี่ และเจสสิก้าก็ลงมาพร้อมกับชุดใส่ Oh! สีส้มแล้วเดินขึ้นรถไป จากนั้นซอฮยอนก็เดินลงมาขึ้นรถ อีกสักพักที่เหลือก็ลงมา สาวๆยืนออกกันหน้าลิฟต์ (จุดเดียวกับที่สิก้าเคยยืน) ยืนก็ก็หันมายิ้ม หัวเราะ แล้วเล่นโทรศัพท์ต่อ แล้วสาวๆก็เดินขึ้นรถไปอีกคัน
จากนั้นก็ไปเมียงดง เพราะนัดกับน้อง และเพื่อนอีกกลุ่มไว้กินเนื้อย่าง ร้านเนื้องย่างที่เกาหลีไม่เหมือนร้านโคขุนในไทย เลือกส่วนไม่ได้ (ไปมา 2-3 ร้าน เป็นแนวเดียวกันหมดนะคะ อาจจะมีร้านที่เลือกส่วนได้ก็ได้) เนื้อ ถูกเสิร์ฟพร้อมกิมจิ จริงๆแล้วอาหารทุกอย่างในเกาหลีจะเสิร์ฟพร้อมกิมจิ และเครื่องเคียงต่างๆ อยู่แล้ว
เนื้อย่างเกาลี เอากิมจิ เห็ด กระเทียม มาย่างด้วย
วันที่หก วันศุกร์ที่ 21
วันนี้ตื่นเช้าเนื่องจากมีเป้าหมายในการไปเที่ยวสวนสนุก Everland ซึ่งต้องนั่งรถไฟไปที่สถานีกังนัม (Gangnam-gu) แล้วต่อรถบัสเพิ่อไป Everland แต่มารู้ทีหลังว่าวันศุกร์ที่ 21 นี้เป็นวันหยุด ทำให้คนต่อคิวไปเที่ยว Everland เยอะมาก
ย่านกังนัม ตึกสำนักงาน และร้านค้าค่อนข้างเยอะ
คนต่อแถวขึ้นรถบัสไป Everland
ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนโดยไปเดินเล่นในห้าง COEX แล้วคิดว่าจะไปที่ Lotte World (แต่ก็ไม่ได้ไป) ร้านหนังสือร้านนึงในห้าง COEX กว้าง และใหญ่มากๆ คนที่นั่นก็อ่านหนังสือเยอะเช่นเดียวกัน
ร้านหนังสือ ในห้าง COEX
กระแสฟุตบอลโลก (ถ่ายในสถานีรถไฟใต้ดิน)
จาก นั้นก็เดินทางต่อไปยัง SEJONG CENTER เนื่องจากได้บัตรละครเวทีมาอีกรอบ แต่ลืมดูเวลา ปกติละครจะเริ่มตอน 2 ทุ่ม แต่รอบนี้เล่นเร็วที่ 1 ทุ่ม เมื่อขึ้นไปที่โรงละครละครก็ผ่านไป 20 นาทีกว่าแล้ว ที่นั่งที่ได้ค่อน ข้างชัด และใกล้เห็นหน้าแทยอนเต็มๆ นับว่าคุ้มค่ะ
แทๆ ในการแสดงวันที่ 21
ละครใกล้จบก็ออกมารอแทยอนที่ด้านหลัง ละครจบสักพักแทยอนก็วิ่งออกมา วิ่งไปขำไป แฟนคลับก็ให้ของตามทางที่แทยอนวิ่ง
หลังจากนั้นก็ไม่กินเนื้อย่างที่ร้านแถวอับกูจอง ร้านนี้การตกแต่ง และรูปแบบเหมือนที่เมียงดง เลยเซซะว่าร้านเนื้อในเกาหลีคงเป็นแบบนี้เสียส่วนใหญ่
วันที่เจ็ด วันเสาร์ที่ 22
เนื่องจากรู้ข่าวว่าสาวๆจะขึ้นแสดงในงาน OPEN BOWL ที่สนามนัมยังจู (Namyangju Stadium) ซึ่งอยู่ในจังหวัดคยองกี ติดกับโซล จึงตัดสินใจค้นหาสนามแข่ง แล้วพบว่าสามารถเดินทางโดยรถไฟไปได้ แนะนำให้ ใช้ Google Maps หรือ Map ของเกาหลีในเว็บ Naver (ถ้าอ่านออก)

เส้นทางที่ได้ก็จะประมาณนี้ค่ะ เซฟติดตัวไว้ด้วย กันหลง และรู้ว่าหลังจากลงสถานีแล้วเราต้องเดินทางอย่างไร เลี้ยวทางไหน จึงตื่นตั้งแต่เช้า เพื่อไปให้ทันการแข่งนัดแรก (แข่งนัดแรก 8 นาฬิกา และสาวๆแสดงช่วง 11 นาฬิกา) การเดินทางโดยรถไฟจะเริ่มวิ่งตั้งแต่ 6 นาฬิกา ซึ่งช่วงแรก จะมีขบวนมาบ่อยมาก แต่อาจจะปล่อยลงกลางทาง เพื่อขบวนนั้นจะรีบวิ่งไปที่อื่น หลังจากออกจาตัวเมืองที่นั่งรถไฟใต้ดิน ก็เปลี่ยนเป็นรถไฟบนดินในต่างจังหวัด
รถไฟบนดิน ในต่างจังหวัด
ใช้ เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมงก็มาถึงยังสนามกีฬา เขาเปิดให้เข้าได้ฟรี ตามอัฒจรรย์ยังโล่งๆ มีคนมาดูไม่มาก แฟนคลับสาวๆก็มีประปราย นั่งดูการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลไป
นักกีฬาในสนาม
เหลือบไปเห็นลูกอเมริกัน ฟุตบอล 18 ลูกเรียงอยู่ที่ส่วนกลาง มองชัดๆจะเห็นว่าเป็นลายเซนต์สาวๆ ที่เซนต์ไปเมื่อวันที่ 20 นั่นเอง จึงเดินไปถ่ายรูปสักหน่อย พอการแข่งจบยังไม่มีวี่แววว่าสาวๆจะมา แต่เริ่มเห็นคนมาเยอะ และบรรดาแฟนคลับทยอยมา
ทำให้รู้ว่าบรรดาโซวอนตัวแม่ นี่ตัวแม่จริงๆ เพราะมีแต่ผู้หญิง ประมาณว่ามามา 20 คน มีผู้ชาย 2 คน แถมแต่ละคนกล้อง DSLR มากับเลนส์ L ทั้งนั้น บางคนก็เอากล้องวิดีโอมาพร้อมขาตั้ง บรรดาสื่อ เริ่มมากันเยอะ คนก็เริ่มแออัด จึงตัดสิใจเดินลงไปในแนวสื่อ จากนั้นก็มีการตั้งขบวนของนักกีฬาเตรียมรับสาวๆ ด้านนอกและด้านในมีตำรวจมายืนเป็นแถวคุมเชิงอีกชั้นหนึ่ง บรรดาสื่อจาก ที่ตั้งแถวในส่วนของลู่วิ่งก็เริ่มขยับเข้ามาในสนาม ก็เลยขยับตามไปเรื่อยๆ จนกินพื้นที่ในสนาม พอสาวๆเดินเข้ามา เสียงตะโดน โห่ร้องดังมากๆ แล้วสาวๆก็มาแสดงที่กลางสนาม ซึ่งเราก็ไปนั่งอยู่ด้านหน้าของสื่อ ใกล้ดีจริงๆ
สาวๆ ที่งาน OPEN BOWL สนามนัมยังจู
แต่เลนส์ที่เอามาซูมได้ไม่มากนัก แถมเลนส์มีอาการเหมือนติดต่อกับตัวกล้องไม่ได้ มีอาการพังเป็นระยะๆ – -” บางครั้งจึงนั่งมองสาวๆแสดงด้วยตาเปล่า ก่อนการแสดงมีการเตะบอลเปิดเกมส์ ซึ่งทิฟฟานี่เป็นคนเตะ ฟานี่เตะได้โด่งมาค่ะ เลียดพื้นเชียว…555 สาวๆ แสดงเพลง Oh! กับ Gee จากนั้นก็เดินออกมาทีละคนสองคน เพื่อขว้างบอลให้แฟนๆที่อยู่บนอัฒจรรย์ ซึ่งตอนนี้ซันนี่เดินมา จึงเดินขอทางปาดหน้าซันนี่ไป >< จนจบงานจึงรู้ว่าค่อยมาสัก 10 นาฬิกาก็ยังไม่สายไป เพราะนักข่าวก็มาทำข่าวเพียงแค่สาวๆมาเท่านั้นเอง
ซึ่งงานนี้ก็มีเรื่องขึ้นจนได้ ผู้จัดการสาวๆปัดมือถือแฟนคนหนึ่งตกพื้นกระจาย ซึ่งเราเฉยๆนะ เพราะหลังจากสาวๆเดินออกจากสนามคนรุมเยอะมากๆ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ยื่นมือถือมาที่หน้าซูยอง ซึ่งถ้าซูยองเดินเร็วกว่านี้อีกนิด มือถือก็โดนหน้าไปแล้ว พื้นที่ตรงนั้นเขาก็ให้แค่สื่อ ซึ่งเอามือถือยื่นมาถ่ายแบบนี้มันก็อันตรายผู้จัดการเค้าก็ปัด แต่อาจจะแรงหน่อยมือถือจึงตกพื้นแล้วแตก แต่ดูแล้วมันก็ประกอบแล้วใช้ได้เหมือนเดิม
การเดินทางออกต่างจังหวัดใน เกาหลี หักค่ารถไฟเพิ่มจาก 720 วอน อีก 160 วอน และค่าแท็กซี่ทั้งไป-กลับจากสนามมายังสถานีรถไฟ ตกคนละ 3200 วอน ซึ่งรวมแล้วจ่ายคนละประมาณ 140 บาท ถือว่าคุ้มมากๆ
หลังจากกลับมาโซลก็เดินทางโดยรถไฟใต้ดินมายังสนาม Seoul World Cup Stadium เพื่อดู ดรีมคอนเสิร์ต (Dream Concert) วันนี้พยากรณ์อากาศบอกไว้ว่าฝนจะตกช่วงบ่าย ซึ่งก็ตกจริงๆ มีคนนั่งรออยู่ในสถานีรถไฟเยอะมาก บางส่วนอยู่ด้านนอก หร้อมเสื้อกันฝน เดินออกจากสถานีมีร้านค้าวางขายแท่งไฟ ผ้าเชียร์อยู่รอบๆสนาม ฝนยังตกปรอยๆ จนเวลาเกือบ 1 ทุ่มจึงเดินเข้าอัฒจรรย์ ซึ่งได้ที่นั่งโซนB ซึ่งเป็นโซนที่โซวอนนั่งกัน บัตรราคา 5000 วอน (ประมาณ 150 บาท)
ตั๋ว Dream Concert
เวทีงาน Dream Concert และที่นั่งในสนามท่ามกลางสายฝน
ในดรีมคอนเสิร์ตมีศิลปินมากมายออกมา แสดง แฟนๆทุกคนก็ร่วมเชียร์ศิลปินทุกคน เพลงที่เพิ่งเปิดตัวของหลายวงอาจไมได้เสียงเชียร์มากเท่าไหร่ เนื่องจากเพลงยังใหม่ แฟนคลับคนอื่นยังไม่ได้ลองฟัง หรือติดหูเท่าไหร่
เพลง ดังๆ ก็ได้รับเสียงเชียร์เยอะมาก เช่น U Kiss – Man Man Ha Ni, Beast – Mystery, f(x) – NU ABO, T-ARA – Bo Beep Bo Beep, SHINee – Ring Ding Dong, KARA – Lupin, After School – Bang + Diva และ Wonder Girls ที่ร้องเพลงฮิตรีมิกซ์อย่าง Tell Me, So Hot และ Nobody สังเกตุว่าโซวอน ทั้งชายหญิงจะเชียร์ศิลปินที่เป็นผู้หญิงเป็นพิเศษ พอถึงคิวสาวๆขึ้นแสดงโซวอน ทุกคนก็ยืนแล้วชูและสะบัดแท่งไฟ พร้อตะโกน “โซนยอชิแด” เมื่อสาวๆออกมาพร้อมเต้น Intro ก็ได้รับเสียงกรี๊ดเป็นจำนวนมาก และแสดงต่อในเพลง Run Devil Run และ Oh! เสียงโค้ดดังมากๆ
สีสันแท่งไฟ สีชมพูของโซวอน (แฟนๆ SNSD), สีเขียวอ่อนของแฟนๆ SHINee, สีน้ำเงินของแฟนๆ Super Junior และสีแดงของแฟนๆดงบัง (ดงบังจริงๆค่ะ)
ป้ายที่ติดตรงกลาง พอมืดก็เปิดไฟ เห็นเป็นชื่อวงใน SM ที่ขึ้นแสดง สวยมาก
แท่งไฟสีชมพู ตราม้า o_O
ส่วน ตัวแม่ตัวพ่ออย่าง เรน และลีเฮียวริ ก็ได้รับความรักอย่างล้นหลามจากทุกๆคน และปิดท้ายด้วย Super Junior ที่ร้องเพลงใหม่อย่าง BONAMANA และ Sorry Sorry แบบรีมิกซ์ ซึ่ง E.L.F เสียงเชียร์ก็ดังเช่นกัน ตั้งแต่คอนเสิร์ต เริ่มจนจบฝนก็ยังตกอยู่ตลอด จนกางเกงเปียกไปด้านหนึ่ง และชื้นมากๆ คอนเสิร์ตจบประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ ซึ่งรถไฟจะหยุดเดินรุเวลาเที่ยงคืน ทำให้ทุกคนต้องรีบกลับ
การเดินทางกลับโดยรถไฟ โดยคนเกินครึ่งที่มาดูเดินทางด้วยนั้นลำบากมาก คนเต็มสถานี เบียดกัน ส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก และวัยรุ่นผู้หญิง ตอนที่รอรถไฟ เมื่อรถไฟมาโดนเบียดจนติดขอบประตู บางคนก็ล้ม แล้วคนก็เบียดเข้าโบกี้เยอะมากๆ จนเวลารถเริ่มวิ่ง หรือเวลารถหยุดวิ่งแต่ละคนทรงตัวไม่ได้ กรี๊ดกร๊าดกันทั้งรถ และด้วยการ เดินรถไฟนั้นปิดเวลาเที่ยงคืน ทำให้ไม่สามารถไปถึงสถานีที่พักได้ทัน จึงโดนปล่อยอยู่สถานีกลางทาง จนสุดท้ายต้องนั่งแท็กซี่กลับ
วันที่เจ็ด วันอาทิตย์ที่ 23
เดินทางกลับ ไม่มีอะไรมากค่ะ เพราะเดินทางแต่เช้ากลับไทยอย่างปลอดภัย แต่สังเกตุได้ว่าคนโดยสารจากเกาหลี มาไทยน้อยมากๆ อาจจะเพราะเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน ส่วนตม. ทั้งไทยทั้งเกาหลี ไม่ว่าจะขาเข้า-ขาออก ก็ไม่เคยถาม หรือซักประวัติอะไรแม้แต่น้อย ได้ยินมาว่า เค้าจะถามเฉพาะคนที่น่าสงสัย (ถ้าคุณถูกซักประวัติ ก็แสดงว่าเป็นบุคคลน่าสงสัยแล้วล่ะ 555)
สรุป: การเดินทางครั้งนี้นอกจากค่าใช้จ่ายในการกิน, อยู่, เดินทาง รวมกับซื้อของเล็กๆน้อยๆ รวมแล้วประมาณ 10000 บาท (ไม่รวมค่าเครื่องสำอางของแม่ และบัตรละครเวที) ซึ่งถือว่าถูก แต่ยังเที่ยวไม่หมดทุกจุด สถานที่สำคัญหลายแห่งยังไม่ได้ไป ถ้าจะลองมาเที่ยวเองสบายๆ แบบไม่ตามทัวร์แบบนี้ น่าจะต้องใช้ระยะเวลาสัก 2 สัปดาห์ ซึ่งโดยรวมแล้วรู้สึกว่าการเที่ยวเกาหลีค่อนข้างคุ้ม เพราะราคาไม่แพงมาก ค่าอาหารก็พอๆกับไทย (อาหารแถวพารากอน, สยาม) หากคิดจะมาก็ศึกษาสถานที่ท่องเที่ยว เล็งๆไว้ก่อนล่ะกันค่ะว่าอยากเที่ยวที่ไหนบ้าง
อยากดูรูปเพิ่มเติม ตามไปดูต่อได้ที่ ภาพเก็บตกจากเกาหลี หรือ Flickr
- เกาหลีวันที่ 16 17 18 19 20 21 22
- แทยอนในละครเวที Midnight Sun วันที่ 18 19 21
- สาวๆ SNSD ในงาน Open Bowl วันที่ 22
ขอบคุณ พ่อแม่สำหรับเงิน และ @khitichai สำหรับเลนส์ค่ะ ><
Tags: korea, เกาหลี, เที่ยว






































รอบหน้าเอา airport ไป คริคริ
เป็นการอัพบลอค ที่ยาวมาก
รอบหน้า ขอตามติดไปด้วยคน ฮ่าๆๆ
โอ้ สุดยอดอยากไปกินเนื้อย่าง
คุณน้องไม่ลงรูปดอกไม้สวยๆหน่อย พี่ไปช่วงเวลาเดียวกันแต่ไปกับทัวร์ รูปสวยมากค่ะ everlandก็ดี
นะคะ แต่พี่ไม่ได้เล่นอะไรเลย เดินดูอย่างเดียวก็หมดเวลาแล้ว อยากไปเที่ยวเองแบบน้องบ้างจังเลย
ไปอีกมั้ยค่ะ ถ้าไปเมล์บอกด้วยค่ะ จะไปด้วย
I’m pleased I located this web site,
I don’t even know how I ended up here, but I thought this post was pretty good. Cheers!
Leave your response!
»
cap max & data alert | บริการใหม่จาก dtac
เมื่อวันก่อน (22 กันยายน 2553) มีโอกาสไปงาน dtac blogger day ที่ตึกจามจุรีย์สแควร์ จริงๆงานนี้น่าจะเป็นงานพูดคุยเกี่ยวกับ iPhone 4 แต่พอดีเบื้องบนของทั้ง 3 โอเปอร์เรเตอร์ยังไม่ให้พูดถึง iPhone 4 ในวันนั้น(วันนี้ทุกคนคงจะทราบคงราคา และคงซื้อกันไปแเรียบร้อยแล้ว) ฉะนั้น dtac จึงปรับหัวข้อใหม่ โดยไม่สามารถพูดถึง iPhone4 ได้โดยเฉพาะเรื่องสเปค, ราคา และแพ๊คเกจ
จุดหนึ่งในงาน blogger day ที่ dtac หยิบมาพูดคือความครอบคลุมของเครือข่าย edge ที่รับประกันว่าทั่วทุกจุดการให้บริการนั้นเป็น …
»
Samsung Galaxy Tab | เมื่อความต้องการมากขึ้น ขนาดก็ใหญ่ขึ้น
วันนี้ (17 กันยายน 2553) มีโอกาสไปงาน Samsung Galaxy Tab Workshop หรือในชื่อไทย(ที่คิดโดยซัมซุง) คือ “งานเผยโฉม “ซัมซุง กาแล็คซี่ แท็บ” นวัตกรรมมือถืออัจฉริยะที่สุดแห่งปี” ครั้งแรกในเมืองไทย
เรียกง่ายๆว่า มาเปิดเผยข้อมูล, พูดคุย และทดสอบการใช้งานเจ้า Galaxy Tab
มันคือแท็บเล็ต(Tablet) ไม่อยากเรียกว่าเป็น “มือถือ” สักเท่าไหร่ แต่มันก็โทรได้นะ(ดังภาพด้านล่าง) จริงๆ น่าจะใช้หูฟังได้ ขอบคุณ @ibluecosmos ที่เป็นนายแบบให้
โดยมีเมนูการใช้งานโทรศัพท์แบบนี้ ตัวเลข ปุ่มใหญ่ดีจริงๆ …
»
Korea | เมื่อครั้งหนึ่งได้เดินทางในเกาหลี 7 วัน ไม่มีวันลืม
เอนทรี่นี้ อาจจะมีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง หากใครสนใจจะเที่ยวในเกาหลีก็อ่านบ้าง ข้ามบ้างล่ะกันค่ะ พอดีปิดเทอมเลยได้เดินทางไปเกาหลี เดินทางด้วยสายการบินจินแอร์ (JINAIR) ซึ่งเป็นสายการบินราคาถูก คิดอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ 0.03 คือ 1000 วอนเท่ากับ 30 บาท ขึ้น-ลง เครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินอินชอน (ICN: Incheon International Airport)
เดินทางถึงสนามบินอินชอนก็นั่งรถบัส ไปยังที่พักที่อยู่ในกรุงโซล ราคา 9000 วอน รถบัสที่สนามบินเรียกว่ารถบัสลีมูซีน มีบริการโหลดของหลักไว้ใต้ท้องรถ เพื่อความสะดวก …
»
Moblin | ง่ายเบาสวย บน เน็ตบุ๊ก
ม็อบลิน (Moblin) เป็นระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส ที่พัฒนาบนเพลตฟอร์มลินุกซ์ ซึ่งปรับแต่งเพื่ออุปกรณ์รุ่นใหม่ เช่น โทรศัพท์ หรือ อุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก (เน็ตบุ๊กนี่เหมือนเป็นของแถม 555 จะดูเหมือนของแถมอย่างไรโปรดติดตามชม)
แปล (งูๆ ปลาๆ) จาก moblin.org มาอีกที ซึ่งเขาเขียนเอาไว้ว่า
Moblin is an open source project focused on building a Linux-based platform optimized for the next generation …
Blogroll
site
Tag Cloud
2.5 2.52 8.10 20thboys 1200 1310 1395 4310 agi. architecture barcampbangkok barcampbangkok2 barcampbkk boy broadcom Century commart cpe Dell donate EditPlus exam exceed Flashdrive girlgroup korea korean ku mount movie netbook openVPN project subversion svn Thumb ubuntu vostro wordpress ค่าย น้อง วิดวะคอม วิศวคอม เกาหลี เน็ตบุ๊กRandom Posts
Advertiment
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.